บทนำ
แต่ทว่า วันหนึ่งเขากลับมีสตรีในดวงใจขึ้นมา อีกทั้งยังผลักไสนาง เฉยชากับนาง หากหนทางในการเป็นฮูหยินของเขาจะยากถึงเพียงนั้น…เอาเถิด ท่านอาจารย์...ศิษย์ผู้นี้มิคิดเป็นฮูหยินท่านแล้ว!
บท 1
ตอนที่ 1 เพราะต้นสน
ณ จวนกั๋วกง...
“คุณหนูสาม ข้าอธิบายเรื่องนี้มาถึงสามหน เจ้ากลับบอกว่าไม่เข้าใจอะไรเลยเช่นนั้นหรือ!?” หานอวิ๋นเฉิง ผู้เป็นอาจารย์วัยสามสิบหนาวเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมเยียบเย็นทอดมองนางนิ่งราวคมกระบี่ แม้ใบหน้าจะยังสงบราวรูปสลักหยก แต่น้ำเสียงที่กดต่ำกลับแฝงความอดกลั้นบางอย่าง
เจินอิ่งหลัว หรือคุณหนูสามแห่งจวนกั๋วกงสะดุ้งเล็กน้อย รีบยืดตัวนั่งหลังตรงราวกับถูกจับได้ว่าทำความผิด มือเล็กกำชายแขนเสื้อแน่น ดวงตากลมโตหลุบวูบลงทันที
เขาคือหานอวิ๋นเฉิง.... เป็นหัวหน้าสำนักฮั่นหลิน และยังเป็นอาจารย์ขององค์ชายองค์หญิงอีกหลายพระองค์
แต่เพราะถูกเจินกั๋วกง[1]บิดาของนางขอร้องให้มาสอนตำราให้นางตัวต่อตัว นางจึงมีวาสนาได้เรียนกับเขา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เพียงได้พบเขาครั้งแรก เจินอิ่งหลัวกลับใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นกับบุรุษคนใด...
หานอวิ๋นเฉิงเป็นบุรุษรูปร่างสูงแข็งแรง ใบหน้าหล่อเหลา ดุจหยกสลักจากสวรรค์ แม้สวมเพียงอาภรณ์สีเรียบของบัณฑิต แต่ความสูงสง่าและท่วงท่าสงบนิ่งกลับทำให้เขาแตกต่างจากผู้คนโดยรอบอย่างไม่อาจมองข้าม
“ท่านอาจารย์...คือข้า...ขออภัยเจ้าค่ะ คือ...”นางอ้ำอึ้งจนคำพูดติดอยู่ในลำคอ จะให้นางบอกได้อย่างไร...ตลอดเวลาที่เขาอธิบายตำรา นางไม่ได้ฟังเลยสักประโยคไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจเรียน...
แต่เพราะมัวแต่มองหน้าของเขา!
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้หล่อเหลาราวกับเทพเซียน ใบหน้าคมคาย จมูกโด่งได้รูป คิ้วเข้มดุจวาด ดวงตาลึกสงบ แม้แต่เวลาขมวดคิ้วก็ยัง...ดูดีนางเผลอมองเสียจนลืมไปว่ากำลังเรียนหนังสือ
หานอวิ๋นเฉิง มองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลับตาลงช้า ๆ ราวกับนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อระงับอารมณ์
“ดูท่าแล้ว...ข้าจะไร้ความสามารถในการสอนเจ้า”
เจินอิ่งหลัวรีบเงยหน้าพรวด ดวงตาเบิกกว้าง “ไม่นะ ท่านอาจารย์ ข้าผิดไปแล้วจริงๆ”
“เอาเถิด พรุ่งนี้ข้าจะรายงานต่อเจินกั๋วกงให้เปลี่ยนอาจารย์คนใหม่”
“หา!?”เสียงอุทานหลุดออกมาทันที นางหน้าซีดราวกับถูกฟ้าผ่า เปลี่ยนอาจารย์เช่นนั้นหรือ? เช่นนั้นต่อไปนางก็จะไม่ได้พบเขาแล้วหรือ!
หานอวิ๋นเฉิง ปิดตำราลงอย่างแผ่วเบา ก่อนลุกขึ้นอย่างสง่างาม สะบัดชายอาภรณ์เพียงเล็กน้อยแล้วหมุนกายเดินออกจากโถงรับรอง เขาเดินได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังตามหลัง
“ไม่! ท่านอาจารย์ ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ!” เจินอิ่งหลัวรีบยกชายกระโปรงวิ่งตามไปจนปิ่นปักผมสั่นไหว
แต่ชายหนุ่มยังคงก้าวเดินอย่างมั่นคง ไม่แม้แต่จะหันกลับมา หญิงสาวกัดริมฝีปาก ก่อนรวบรวมความกล้าแล้วตะโกนออกไปทั้งที่ใบหน้าแดงจัด
“คราวหน้าข้าจะไม่มอง...เอ่อ...”นางรีบยกมือปิดปากตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง แย่แล้ว! นางเกือบสารภาพออกไปแล้วว่ามัวแต่มองเขา
หานอวิ๋นเฉิงชะงักฝีเท้าไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนเอ่ยโดยไม่หันกลับมา
“ไม่มอง...สิ่งใด”เขาหันกลับมาถามดวงตาคมเย็นของเขาจับจ้องนางนิ่ง ราวกับกำลังรอคำตอบ
คุณหนูสามยืนนิ่งราวกับถูกสาป สมองขาวโพลน“เอ่อ...มอง”นางเหลือบซ้ายแลขวาอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนรีบชี้ไปยังต้นสนข้างทาง“มอง...ต้นสนเจ้าค่ะ!”
บรรยากาศเงียบงันไปครู่หนึ่ง หานอวิ๋นเฉิงหลุบตามองต้นสนต้นนั้นนิ่ง ๆ ก่อนกล่าวเสียงเรียบ“ต้นสนอยู่นอกโถงเรียน”
เจินอิ่งหลัวถึงกับอยากขุดหลุมมุดแผ่นดิน เหตุใดนางถึงโกหกได้ไม่น่าเชื่อเช่นนี้!
ในที่สุดหานอวิ๋นเฉิงก็ถอนหายใจเล็กน้อย“พรุ่งนี้ ข้าจะอธิบายอีกครั้งและเป็นครั้งสุดท้าย”เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสริมโดยยังไม่หันกลับมา“ครั้งนี้...หากเจ้ายังไม่สนใจเรียนอีก ข้าจะรายงานกั๋วกง”กล่าวจบ เขาก็ก้าวเดินจากไป
ทิ้งให้เจินอิ่งหลัวยืนหน้าแดงมองตามจนลับตา
ภายในรถม้า หานอวิ๋นเฉิงนั่งตัวตรงดังเช่นทุกวัน แผ่นหลังสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงเรียบเฉยจนยากจะอ่านอารมณ์
แต่ผ่านไปครู่หนึ่ง...เขากลับถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ภาพของคุณหนูสามแห่งจวนเจินกั๋วกงผุดขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง
เจินอิ่งหลัว...ศิษย์สาววัยสิบเจ็ดหนาวผู้มีใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมโตสดใสราวกวางน้อย แต่กลับมีนิสัยเกียจคร้านเสียจนทำให้เขาแทบหมดความอดทน
หากไม่ติดว่านางเป็นบุตรสาวคนที่สามของเจินกั๋วกง ผู้มีคุณูปการต่อบ้านเมืองและได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฝ่าบาท อีกทั้งยังเป็นผู้ใหญ่ที่เขาให้ความเคารพ เขาคงปฏิเสธคำเชิญตั้งแต่แรก
เวลาผ่านไปเพียงสามสัปดาห์...แต่เขากลับรู้สึกราวกับผ่านมาสามเดือนทุกครั้งที่เริ่มอธิบายตำรา นางมักจะทำได้เพียงสองอย่าง
ไม่หลับ...ก็เหม่อลอยและหากไม่เหม่อลอย...ก็เอาแต่มองหน้าเขา ครั้นเมื่อถามถึงสิ่งที่เพิ่งอธิบาย นางกลับกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนตอบว่าไม่เข้าใจราวกับไม่เคยได้ยินมาก่อน
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ หานอวิ๋นเฉิงก็หลับตาลงช้า ๆ พลางยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วเบา ๆ
เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย ตำราที่เขาใช้อธิบายให้นางฟังเป็นเล่มเดียวกับที่ใช้สอนองค์ชายหลายพระองค์และบัณฑิตราชสำนัก ผู้ใดต่างเข้าใจได้หลังฟังเพียงครั้งเดียว เหตุใดคุณหนูสามผู้นั้นจึงฟังถึงสามรอบแล้วยังไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย หรือว่า...เขาจะสอนไม่เป็นจริง ๆ
ความคิดนั้นทำให้เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
ด้านหน้ารถม้า ลู่เหวินซึ่งกำลังนั่งอยู่ม้าอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้เมื่อเห็นนายของตนถอนหายใจหลายครั้งติดต่อกัน
“ใต้เท้า คุณหนูสามผู้นี้มองตามท่านตลอดเวลาเลยนะขอรับ”
หานอวิ๋นเฉิงมิได้ตอบ เพียงหลับตานิ่งราวกับไม่ได้ยิน
สวี่อัน ผู้ติดตามที่นั่งอยู่ข้างลู่เหวินหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนกล่าวเสริม“ต้องโทษที่ใต้เท้าของเราหล่อเหลาเกินไป”
ภายในรถม้าเงียบไปชั่วอึดใจ
ขณะนั้นเอง คล้ายลู่เหวินจะนึกบางอย่างออก
“อีกสองวันมีประชุมใหญ่กับเสนาบดีทั้งหกกรม ฝ่าบาทจะทรงหารือเรื่องภัยแล้งและการขุดคลองสายใหม่ ใต้เท้าพร้อมหรือไม่ขอรับ”
หานอวิ๋นเฉิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“พร้อม”
ภายในรถม้ากลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงล้อรถบดไปตามถนนและเสียงกีบม้าที่ดังสม่ำเสมอ
[1] กั๋วกง คือบรรดาศักดิ์ขุนนางชั้นสูงสุดระดับ ‘กง’ (เรียงลำดับจากสูงไปต่ำ กั๋วกง > จวิ้นกง > โหว > ปั๋ว > จื่อ > หนาน)
บทล่าสุด
#41 บทที่ 41 บาดเจ็บ
อัปเดตล่าสุด: 8/23/2026#40 บทที่ 40 ไม่สนอะไรมันแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#39 บทที่ 39 หยุดใจร้ายกับข้า
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#38 บทที่ 38 อธิบายหรือ?
อัปเดตล่าสุด: 8/21/2026#37 บทที่ 37 ตำราที่ต้องเรียนเพิ่ม
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#36 บทที่ 36 พี่รองเปลี่ยนไป
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#35 บทที่ 35 ไว้ค่อยเป็นวันหลังเถิด
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#34 บทที่ 34 ความเป็นสหาย
อัปเดตล่าสุด: 8/19/2026#33 บทที่ 33 เขาเป็นเพียงอาจารย์
อัปเดตล่าสุด: 8/18/2026#32 บทที่ 32 นางเป็นเพียงศิษย์
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด













